Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

C-HF 2017

 

 

About C-HF 2017

Chulalongkorn Heart Failure Congress (C-HF 2017) เป็นงานประชุมวิชาการ ซึ่งมุ้งเน้นให้ความรู้  Update เกี่ยวกับ Heart Failure ตั้งแต่ Basic Knowledge หรือ Common Problems and Pitfalls จนถึง Challenging หรือ Advanced Heart Failure โดยเน้น Practical Points ที่ช่วยในการดูแลผู้ป่วย Heart Failure ตั้งแต่ผู้ป่วยระดับความรุนแรงน้อยจนถึงมาก

 

 

 

 

 

อนึ่งปีนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องจากปี 2016 ซึ่งในปี 2016 นั้น  จัดร่วมกับ Prince Mahidol Award Youth Program Conference ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งได้รับเกียรติจาก Dr. Randall Staring ร่วมเป็นวิทยากรและผู้อภิปรายผู้ป่วย เนื่องจากปีที่ผ่านมาได้เสียงตอบรับของการประชุม ดีมาก ปีนี้จึงจัดต่อเนื่องเป็นครั้ง (ปี) ที่ 2 โดยใช้ชื่อว่า 2017 Chulalongkorn Heart Failure Congress (C-HF 2017)

C-HF 2017 Highlights

ได้รับเกียรติจาก Ass Prof.

Advanced Heart Failure and Transplant Cardiology (Board Certified, Primary Specialty)

Cardiovascular Disease (Board Certified, Primary Specialty)
Internal Medicine (Board Certified)

จาก New York-Presbyterian Hospital, Columbia University, USA ซึ่งเป็นโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง Top 1-3 ของอเมริกาในการดูแลผู้ป่วย Heart failure ,mechanical support devices , และ heart transplant บรรยาย Lecture ใน Plenary Session และ symposium

หัวข้อของการประชุมครั้งนี้ครอบคลุมเรื่อง highlight ดังต่อไปนี้

  • Update New Guidelines in Heart Failure
  • Managing Atrial Fibrillation and Heart Failure
  • Update New Drugs in Heart Failure 2017
  • Update CIED (Cardiac Implantable Electronic Device) in Heart Failure
  • Setting up Heart Failure Clinic : A Successful Recipe
  • Multidisciplinary Care in Heart Failure
  • Decision Making in Critical Cases in Heart Failure
  • Inotrope Therapy
  • Mechanical Circulatory Support in Heart Failure: IABP, ECMO, VAD 
  • Heart Transplantation 2017
  • Diuretics and Aquaretics Therapy
  • When Kidney is not Friendly in Treating Heart Failure (Cardiorenal Syndrome)
  • Severe MR and Heart Failure
  • Cardiomyopathies: LVNC, Cardio-oncology, Stem Cell
  • Case-based Learning with the Experts

Win the Prize and Getting Free Registration/ Travel Grants

ในปีนี้เปิดโอกาสให้ Participant (ผู้ลงทะเบียน) ได้ร่วมสนุก ชิงรางวัล และ ได้ลงทะเบียนฟรี หรือได้ค่าสนับสนุนที่พักและการเดินทาง

  • Session “Heart Strong” The Heart Failure Excellence โดยนำเสนอ Model ของ Heart Failure Clinic หรือ Heart Failure Care ในแต่ละโรงพยาบาล ผู้นำเสนอจะได้รับการยกเว้นค่าลงทะเบียนและรับของที่ระลึก
  • Speed Dating with Heart Failure Experts เป็นการพบปะซักถามในบรรยากาศ relax ระหว่าง คณะวิทยากร หรือ Heart Failure Expert แต่ละโต๊ะ/Station หมุนวนทุก 7 นาที โดยมีเสียงกริ่ง (เหมือน lab กริ๊ง) - Beverage and Snack Provided (กรุณาลงทะเบียน ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มจาก main program จำนวนจำกัด)  ภาพตัวอย่างบรรยากาศ Speed dating with Expert: Click Here

Course Information:

กรุณาคลิ๊ก icons ข้างล่าง เพื่อดูรายละเอียดของการประชุม

 

 

 

 

Contact:

จินดารัตน์ ซาวคำ Phone: 02-256-5371 หรือ 090-317-7157  Email This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

Home
โรคลิ้นหัวใจเสื่อม/ชราภาพ -โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic valvular stenosis) PDF Print E-mail
Sunday, 10 April 2016 03:55

โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ 

คืออะไร

โรคลิ้นหัวใจเออออร์ติก (อ่านว่า เอ-ออร์-ติก) ตีบ เป็นโรคลิ้นหัวใจที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากความเสื่อมของลิ้นตามอายุ ความเสื่อมที่เกิดขึ้นนำมาสู่การเกาะของหินปูนบริเวณลิ้น ซึ่งทำให้ลิ้นขยับเปิดได้ลำบากมากขึ้น ลิ้นหัวใจเอออร์ติกเป็นลิ้นหัวใจที่สำคัญกล่าวคือเป็นทางผ่านของเลือดออกจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ในกรณีที่ลิ้นไม่สามารถเปิดได้ดีตามปกติ จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายลดลง หรือทำให้หัวใจทำงานได้ไม่เต็มที่และอาจเกิดปัญหาหัวใจล้มเหลวตามมาได้ ในผู้ป่วยบางรายมีลิ้นหัวใจพิการหรือผิดปกติแต่กำเนิด (Bicuspid aortic valve) ก็สามารถเกิดภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบได้เช่นกันโดยอายุยังไม่มาก

อาการของโรค

ลิ้นหัวใจตีบสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงระดับรุนแรง ผู้ป่วยที่มีลิ้นตีบเล็กน้อย อาจไม่มีอาการใดๆเลย แต่เมื่อลิ้นตีบมากขึ้นในระดับปานกลางหรือระดับรุนแรงมักทำให้มีอาการดังนี้

  • เหนื่อยเวลาออกแรงหรือออกกำลัง หรือ
  • หน้ามืดเป็นลมหรือหมดสติเวลาออกกำลัง หรือ
  • เจ็บหน้าอก

ตามธรรมชาติของโรคนี้ความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา เช่น...

ปีนี้ตรวจพบว่าลิ้นหัวใจตีบระดับเล็กน้อย อีกสามปีข้างหน้าหรือเวลาผ่านไปอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นตีบระดับปานกลาง หรือ ระดับรุนแรงก็ได้

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจตีบ

แพทย์สามารถวินิจฉัยได้โดยการตรวจร่างกายจะได้ยินเสียงหัวใจผิดปกติ และตรวจยืนยันความผิดปกติดังกล่าวโดยการตรวจ Echocardiogram (คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ หรือ อาจเรียกว่าอุลตราซาวน์ของหัวใจ) ซึงสามารถเห็นการขยับตัวของลิ้นหัวใจและการผิดรูปของลิ้นหัวใจได้อย่างชัดเจน และสามารถประเมินความรุนแรงของระดับการตีบ (น้อย ปานกลาง รุนแรง)

ควรรักษาอย่างไร

การรักษาขึ้นกับสองปัจจัยหลักคือ (1) อาการของผู้ป่วย และ (2) ความรุนแรงของการตีบ ในผู้ป่วยที่มีระดับความตีบของลิ้นอยู่ในระดับน้อย ยังไม่ต้องรักษาหรือรับประทานยาแต่อย่างใด ให้ติดตามคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจอย่างใกล้ชิดทุก 3 ปี ว่ามีการทวีความรุนแรงของระดับความตีบหรือไม่ ในผู้ป่วยที่มีระดับความตีบของลิ้นอยู่ในระดับปานกลางหรือรุนแรง ร่วมกับมีอาการ (หอบเหนื่อย เป็นลม หรือ เจ็บหน้าอก) แนะนำให้เปลี่ยนลิ้นหัวใจซึ่งเป็นการรักษาวิธีเดียวที่ทำให้หายขาด ในปัจจุบันไม่มียาในการรักษาภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบให้หายขาดหรือขลอการเกิดโรคได้

การเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

ปัจจุบันมีสองวิธี ได้แก่

1. การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่เป็นวิธีรักษาที่มาตรฐาน และได้ผลดี

2. การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมโดยวิธีใช้สายสวนหัวใจ (TAVI) เป็นการรักษาทางเลือก

ในกรณีผู้ป่วยไม่สามารถเข้าผ่าตัดใหญ่เพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้ ลิ้นหัวใจเทียม มีสองชนิดหลัก ได้แก่ ลิ้นหัวใจเทียมแบบโลหะ และลิ้นหัวใจเทียมแบบชีวิภาพ ซึ่งแบบโลหะมีข้อดีคือ ทนทนกว่า และ อยู่ได้นานกว่า แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดเพื่อป้องกันลิ่มเลือดเกาะบริเวณโลหะ ส่วนลิ้นหัวใจเทียมแบบชีวภาพนั้นอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10 ปี อาจมีสภาวะเสื่อมต้องเข้ารับการเปลี่ยนลิ้นหัวใจอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง แต่มีข้อดีคือไม่ต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดในระยะยาว การจะเปลี่ยนหรือเลือกชนิดไหนขึ้นกับสภาวะผู้ป่วยและการอภิปรายระหว่างแพทย์และผู้ป่วยร่วมกัน

 

KCMH Cardiac Center Staff Login

Donation

We provide the best service to our patients from the funding we receive. However, the high demands for medical equipments and supports mean that donations make a very important difference.

For more information please click here

Statistics

Content View Hits : 2485245

Health Promotion

KCMH Cardiac Center E- letters