Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

Chulalongkorn Heart Transplant Summit 2017

Chulalongkorn Heart Transplant Summit 2017

ศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560  ห้องประชุม 200  ตึกภูมิสิริฯชั้น 13  โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียน online เต็มแล้ว (ระบบได้ทำการ lock ไม่สามารถลงทะเบียน online ได้)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Home
โรคลิ้นหัวใจเสื่อม/ชราภาพ -โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ (Aortic valvular stenosis) PDF Print E-mail
Sunday, 10 April 2016 03:55

โรคลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบ 

คืออะไร

โรคลิ้นหัวใจเออออร์ติก (อ่านว่า เอ-ออร์-ติก) ตีบ เป็นโรคลิ้นหัวใจที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เกิดจากความเสื่อมของลิ้นตามอายุ ความเสื่อมที่เกิดขึ้นนำมาสู่การเกาะของหินปูนบริเวณลิ้น ซึ่งทำให้ลิ้นขยับเปิดได้ลำบากมากขึ้น ลิ้นหัวใจเอออร์ติกเป็นลิ้นหัวใจที่สำคัญกล่าวคือเป็นทางผ่านของเลือดออกจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ในกรณีที่ลิ้นไม่สามารถเปิดได้ดีตามปกติ จะทำให้เลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายลดลง หรือทำให้หัวใจทำงานได้ไม่เต็มที่และอาจเกิดปัญหาหัวใจล้มเหลวตามมาได้ ในผู้ป่วยบางรายมีลิ้นหัวใจพิการหรือผิดปกติแต่กำเนิด (Bicuspid aortic valve) ก็สามารถเกิดภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบได้เช่นกันโดยอายุยังไม่มาก

อาการของโรค

ลิ้นหัวใจตีบสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนถึงระดับรุนแรง ผู้ป่วยที่มีลิ้นตีบเล็กน้อย อาจไม่มีอาการใดๆเลย แต่เมื่อลิ้นตีบมากขึ้นในระดับปานกลางหรือระดับรุนแรงมักทำให้มีอาการดังนี้

  • เหนื่อยเวลาออกแรงหรือออกกำลัง หรือ
  • หน้ามืดเป็นลมหรือหมดสติเวลาออกกำลัง หรือ
  • เจ็บหน้าอก

ตามธรรมชาติของโรคนี้ความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา เช่น...

ปีนี้ตรวจพบว่าลิ้นหัวใจตีบระดับเล็กน้อย อีกสามปีข้างหน้าหรือเวลาผ่านไปอาจทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นตีบระดับปานกลาง หรือ ระดับรุนแรงก็ได้

ทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคลิ้นหัวใจตีบ

แพทย์สามารถวินิจฉัยได้โดยการตรวจร่างกายจะได้ยินเสียงหัวใจผิดปกติ และตรวจยืนยันความผิดปกติดังกล่าวโดยการตรวจ Echocardiogram (คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ หรือ อาจเรียกว่าอุลตราซาวน์ของหัวใจ) ซึงสามารถเห็นการขยับตัวของลิ้นหัวใจและการผิดรูปของลิ้นหัวใจได้อย่างชัดเจน และสามารถประเมินความรุนแรงของระดับการตีบ (น้อย ปานกลาง รุนแรง)

ควรรักษาอย่างไร

การรักษาขึ้นกับสองปัจจัยหลักคือ (1) อาการของผู้ป่วย และ (2) ความรุนแรงของการตีบ ในผู้ป่วยที่มีระดับความตีบของลิ้นอยู่ในระดับน้อย ยังไม่ต้องรักษาหรือรับประทานยาแต่อย่างใด ให้ติดตามคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจอย่างใกล้ชิดทุก 3 ปี ว่ามีการทวีความรุนแรงของระดับความตีบหรือไม่ ในผู้ป่วยที่มีระดับความตีบของลิ้นอยู่ในระดับปานกลางหรือรุนแรง ร่วมกับมีอาการ (หอบเหนื่อย เป็นลม หรือ เจ็บหน้าอก) แนะนำให้เปลี่ยนลิ้นหัวใจซึ่งเป็นการรักษาวิธีเดียวที่ทำให้หายขาด ในปัจจุบันไม่มียาในการรักษาภาวะลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบให้หายขาดหรือขลอการเกิดโรคได้

การเปลี่ยนลิ้นหัวใจ

ปัจจุบันมีสองวิธี ได้แก่

1. การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียม ซึ่งเป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่เป็นวิธีรักษาที่มาตรฐาน และได้ผลดี

2. การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมโดยวิธีใช้สายสวนหัวใจ (TAVI) เป็นการรักษาทางเลือก

ในกรณีผู้ป่วยไม่สามารถเข้าผ่าตัดใหญ่เพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจได้ ลิ้นหัวใจเทียม มีสองชนิดหลัก ได้แก่ ลิ้นหัวใจเทียมแบบโลหะ และลิ้นหัวใจเทียมแบบชีวิภาพ ซึ่งแบบโลหะมีข้อดีคือ ทนทนกว่า และ อยู่ได้นานกว่า แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดเพื่อป้องกันลิ่มเลือดเกาะบริเวณโลหะ ส่วนลิ้นหัวใจเทียมแบบชีวภาพนั้นอายุการใช้งานเฉลี่ยประมาณ 10 ปี อาจมีสภาวะเสื่อมต้องเข้ารับการเปลี่ยนลิ้นหัวใจอีกครั้งเป็นครั้งที่สอง แต่มีข้อดีคือไม่ต้องรับประทานยาละลายลิ่มเลือดในระยะยาว การจะเปลี่ยนหรือเลือกชนิดไหนขึ้นกับสภาวะผู้ป่วยและการอภิปรายระหว่างแพทย์และผู้ป่วยร่วมกัน

 

KCMH Cardiac Center Staff Login

Donation

We provide the best service to our patients from the funding we receive. However, the high demands for medical equipments and supports mean that donations make a very important difference.

For more information please click here

Statistics

Content View Hits : 3582791

Health Promotion

KCMH Cardiac Center E- letters